หน้าแรก / ข่าวลิเวอร์พูล / เปลี่ยนจาก 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 ทำให้ ลิเวอร์พูล ดีขึ้นอย่างไร ??

เปลี่ยนจาก 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 ทำให้ ลิเวอร์พูล ดีขึ้นอย่างไร ??

เปลี่ยนจาก 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 ทำให้ ลิเวอร์พูล ดีขึ้นอย่างไร ??

      หลังจากผ่านไป 6 เกมส์ในพรีเมียร์ลีกก็ดู ลิเวอร์พูล จะสามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเกินกว่าที่หลายๆคนคาดการณ์เอาไว้ในตอนแรก

      โดยผลลัพธ์ที่น่าพอใจในฤดูกาลนี้เกิดจากคุณภาพของผู้เล่นหลายๆคนเวลาอยู่ในสนาม ทั้ง อดัม ลัลลานา, ซาดิโอ มาเน่ และ เจมส์ มิลเนอร์ แถมต้องชื่นชมพวกเขาเลยว่าสามารถปรับเปลี่ยนและซึมซับปรัชญา 'เจเก้นเพรสซิ่ง' ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เข้ามาวางรากฐานใหม่ทั้งหมดได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งถ้าดูจากฤดูกาลนี้เห็นได้ชัดเลยว่า 'เจเก้นเพรสซิ่ง' ของ คล็อปป์ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าฤดูกาลก่อน

      ในฤดูกาลนี้ "หงส์แดง" ปราชัยให้กับ เบิร์นลีย์ เพียงทีมเดียวเท่านั้น และมันก็พึ่งแค่สัปดาห์ที่ 2 ของฤดูกาล แต่หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเก็บไปได้ 16 คะแนนในตอนนี้รั้งอันดับที่ 4 ในตารางคะแนน ซึ่งดีกว่าฤดูกาลที่แล้วแบบเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะผลพ่วงต่างๆจากการเปลี่ยนแผน 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 ก็ได้

      แต่ไม่ว่ายังไงทั้งสองแผนการเล่นก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป แต่แผน 4-3-3 อาจจะดูบีบคู่ต่อสู้ได้ดีกว่า มีเกมส์ที่เร็วกว่า และดูเหมือนว่ามันจะเข้ากับแผนการที่ คล็อปป์ อยากจะให้เป็น เรามาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างหลังจากเปลี่ยนมาใช้แผน 4-3-3

1. ไม่มีช่องว่างเลยในแดนกลาง

      ส่วนใหญ่แล้วหลายๆทีมที่สามารถชนะได้เป็นผลมาจากการเอาชนะในแดนกลางได้ และ ลิเวอร์พูล ก็กำลังทำในสิ่งนี้ โดย 3 ประสานในแดนกลางทั้ง ลัลลานา, เฮนเดอร์สัน และ ไวจ์นัลดุม กำลังเล่นพร้อมกันอย่างมั่นใจ แถม ลัลลานา ยังสามารถใช้ความขยันของตนเองได้เป็นประโยชน์มากๆ เพราะเขาสามารถเติมเกมส์ได้โดยไม่ต้องกังวลกับเกมส์รับมากเพราะมี เฮนเดอร์สัน และ ไวจ์นัลดุม ยื่นรอเก็บกวาดให้ พอเสียบอล ลัลลานา ก็จะมาเข้ากลุ่มกับเพื่อนเพื่อแย่งบอลกลับมาอย่างรวดเร็ว

2. ฟูลแบ็คสองฝั่ง

      นี้คือจุดแข็งอีกจุดของ ลิเวอร์พูล กับการที่พวกเขาดันฟูลแบ็คขึ้นมาสูงทำให้แดนกลางยิ่งไม่มีพื้นที่ว่าง เรียกได้ว่าไม่ให้หายใจหายคอกันเลยทีเดียว แถมปีกของฝั่งตรงข้ามต้องปักหลังลงไปรับลึกแทนที่จะได้เล่นเกมส์บุกแบบที่ถนัดเพราะต้องลงมาช่วยฟูลแบ็คทำงานในเกมส์รับ

3. ไม่มีใครต้องอยู่โดดเดียวเดียวดาย

      จากการที่สังเกตุในระบบ 4-2-3-1 กองหน้าจะต้องอยู่อย่างโดดเดียว เพราะถ้าคู่ต่อสู้จะต้องตั้งแนวรับอย่างเหนียวแน่นและกองหน้าจะโดนตัดออกจากเกมส์ทันที แต่ถ้าเล่น 4-3-3 กองหน้าทั้ง 3 คนจะสามารถสลับสับเปลี่ยนดาหน้าเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายของคู่ต่อสู้ และมันจะดียิ่งขึ้นหากแนวรุกทั้ง 3 ตัวมีความเร็วที่จัดจาน แถมพื้นที่สุดท้ายจะเปิดกว้างให้ผู้เล่นทุกคนสามารถเข้าไปเพิ่มเกมส์บุกในพื้นที่สุดท้ายได้ด้วย ซึ่งมันก็เห็นผลแบบในตอนนี้

ADS