หน้าแรก / ข่าวลิเวอร์พูล / สุดยอดเกมรับ! ออกไปเยือน 3 เดือนไม่เสียประตู มาดูกันว่าทำได้ยังไง

สุดยอดเกมรับ! ออกไปเยือน 3 เดือนไม่เสียประตู มาดูกันว่าทำได้ยังไง

สุดยอดเกมรับ! ออกไปเยือน 3 เดือนไม่เสียประตู มาดูกันว่าทำได้ยังไง

     หลังจากพ่ายแพ้ในศึกแดงเดือดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม อีก 3 เดือนให้หลัง ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่มีเกมรับโหดที่สุดในพรีเมียร์ ลีก และซิมง มิโญเล่ต์ ก็เกือบจะได้รับรางวัลถุงมือทองคำ จากฟอร์มการเซฟอันเหนียวหนึบของเขา ช่วยทีมเอาไว้ได้หลายต่อหลายนัด

     ก่อนหน้านั้นสถานการณ์ของ "หงส์แดง" เรียกได้ว่ายุ่งเหยิงอย่างมาก เกิดข้อผิดพลาดในทีมมากมาย ขณะที่ฟอร์มของมิโญเล่ต์ก็แย่ขนาดหนักถึงกับถูกแบรด โจนส์ เขี่ยกระเด็นออกจากตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริง ในศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

     ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากพ่ายแพ้ย่อยยับให้กับ "ปีศาจแดง" ถึง 3-0 สถานการณ์ก็พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาไม่เสียประตูในการออกไปเยือนนอกบ้านเลยสักประตูเดียวในพรีเมียร์ ลีก เทียบเท่ากับสถิติของทีมที่เคยทำไว้ได้ในฤดูกาล 1971/72 มาดูกันดีกว่าว่ามีแมตช์ไหนกันบ้าง

26 ธันวาคม เบิร์นลีย์ 0-1 ลิเวอร์พูล

     เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยืนยันหลังจากคว้าชัยว่าทีมของเขาไม่ได้โชคช่วยที่บุกไปคว้าสามแต้มได้ถึงถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ แต่เพราะพวกเขาทำผลงานได้อย่างแน่นอนจึงทำให้ได้รับชัยในนัดนี

     เบิร์นลีย์ครองเกมอยู่ฝ่ายเดียวในครึ่งแรกและ แดนนี่ อิงส์ ก็ยิงชนเสาเกือบพาทีมขึ้นนำได้ก่อน แต่ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายคว้าชัยได้สำเร็จจากลูกขี่พายุโซโล่เดี่ยวของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในช่วงครึ่งหลัง

เหตุการณ์สำคัญ: เหตุการณ์แรก มิโญเล่ต์ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทน โจนส์ หลังลงสนามได้เพียง 16 นาที และดูเหมือนเขาจะเริ่มคืนฟอร์มหนึบอีกครั้ง และเหตุการณ์ที่สอง ในช่วงพักครึ่ง ร็อดเจอร์สเปลี่ยนตัวเอ็มเร่ ชาน ลงทำหน้าที่กองหลังฝั่งขวาแทน โคโล่ ตูเร่ และดูเหมือนหนุ่มน้อยชาวเยอรมันคนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีบางอย่าง

10 มกราคม ซันเดอร์แลนด์ 0-1 ลิเวอร์พูล

     ประตูของ ลาซาร์ มาร์โควิช ในช่วงต้นเกม ซึ่งเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ ลีก ของเขา นำชัยมาสู่ทีม "หงส์แดง" และพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในช่วงครึ่งแรก

     เลียม บริดคัตต์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามทำให้เกมในช่วงครึ่งหลังง่ายขึ้นไปอีก แต่ทว่าซันเดอร์แลนด์ยังสู้ไม่ถอย ทำให้ลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังต้องสู้จนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายในถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ สิ้นสุดลง

เหตุการณ์สำคัญ: อดัม จอห์นสัน ซัดไกล 25 หลา แต่ก็ถูกปัดออกไปได้โดย ซิมง มิโญเล่ต์ จากนั้นก็ได้โอกาสยิงอีกครั้งแต่บอลก็ไปชนคานเข้าอย่างจัง เด้งออกจากโซนอันตรายไปหวุดหวิด

17 มกราคม แอสตัน วิลล่า 0-2 ลิเวอร์พูล

     เป็นเกมของเหล่าคนที่ถูกลืมอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ และริคกี้ แลมเบิร์ต ที่ยิงประตูกันในคนละครึ่งเวลาที่ถิ่นวิลล่า ปาร์ค เพิ่มโมเมนตั้มให้กับทีมในการคืนฟอร์มเก่ง

     การฉลองประตูของริคกี้ แลมเบิร์ต จะตราตรึงอยู่ในใจแฟนบอลไปอีกนานแสนนาน ด้วยการวิ่งเข้าไปดีใจกับแฟนบอลที่ตามไปเชียร์ทีมรักถึงข้างสนาม

เหตุการณ์สำคัญ: ลิเวอร์พูลรอดพ้นการเสียประตูอีกครั้งจากซุปเปอร์เซฟครั้งใหญ่ของมิโญเล่ต์ จากลูกยิงของคริสเตียน เบนเทเก้ ในช่วงครึ่งหลัง

7 กุมภาพันธ์ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล

     เป็นเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ที่จืดชืดและน่าลืมเลือนอย่างยิ่ง แต่ก็รักษาคลีนชีทเอาไว้ได้ และได้เห็นเกมรับที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เหตุการณ์สำคัญ: เอฟเวอร์ตันได้โอกาสทำประตูที่ใกล้เคียงหนึ่งครั้ง จากจังหวะที่ รอสส์ บาร์คลีย์ จ่ายบอลให้ เชมุส โคลแมน หลุดไปดวลกับผู้รักษาประตู แต่ก็เป็นมิโญเล่ต์คนเดิม ยืนปักหลักอย่างใจเย็นและโชว์เซฟสุดยอดได้อีกครั้ง

22 กุมภาพันธ์ เซาท์แฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล

     เกมนี้ถูกจุดประกายโดยลูกยิงมหัศจรรย์ของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และเล่นด้วยสภาพจิตใจที่สุดยอด ท้ายเกมเป็นราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ยิงประตูตอกฝาโลงให้กับ "หงส์แดง" เอาชนะไปได้ 2-0

เหตุการณ์สำคัญ: คณจำเป็นต้องมีโชคและทักษะเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ และลิเวอร์พูลก็มีมัน เกมเกือบจะกร่อยเมื่อเริ่มมาได้หนึ่งนาทีกว่าๆ เอ็มเร่ ชาน ทำฟาล์ว ฟิลิป ยูริซิช ในกรอบเขตโทษ ที่น่าจะได้จุดโทษและเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ไม่ได้ให้อะไรในจังหวะนี้เลย และต่อมาเขาก็ทำพลาดอีกครั้งเมื่อไม่ให้ฟาล์วในจังหวะที่โจ อัลเลน ปะทะกับยูริซิชคนเดิม

16 มีนาคม สวอนซี 0-1 ลิเวอร์พูล

     อีกหนึ่งโปรแกรมนอกบ้านที่ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของทีม พวกเขาอยู่ห่างจากฟอร์มที่ดีที่สุดในช่วงครึ่งแรกที่สนามลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม แต่ก็มีลูกฮึดให้เห็นจากประตูของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทีได้มาเพราะโชคช่วย พาชัยมาสู่ทีมและสร้างสถิติรักษาคลีนชีทได้ 6 นัดติดต่อกันจากการเล่นเป็นทีมเยือน

เหตุการณ์สำคัญ: มิโญเล่ต์ยังคงโชว์ฟอร์มเหนียวแน่นหนึบได้อย่างต่อเนื่อง สองจังหวะเซฟอันสุดยอดในช่วงครึ่งแรกจากจังหวะของ บาเฟติมบี้ โกมิส และกิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ช่วยทีมเอาไว้ได้มาก ในช่วงเวลาที่ "หงส์แดง" อยู่ภายใต้ความกดดันจากสวอนซี

ADS