หน้าแรก / ข่าวลิเวอร์พูล / ปฎิบัติการยึดท็อป 4 กำลังจะเริ่ม!!

ปฎิบัติการยึดท็อป 4 กำลังจะเริ่ม!!

earthmomo 2014-12-23 15:10:27 หงส์แดง , ลิเวอร์พูล
ปฎิบัติการยึดท็อป 4 กำลังจะเริ่ม!!

 

     ถึงแม้เกมในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทาง ลิเวอร์พูล ทำได้เพียงเสมอ อาร์เซนอล 2-2 ในรังเหย้าของตัวเอง แต่เกมในวันนั้นถือว่าได้ใจกระผมไปเต็ม ๆ !! เมื่อลูกทีมของเราภายใต้การคุมบังเหียนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาอย่างที่ควรจะเป็น และดูเหมือนว่าพวกเขาน่าจะพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายกับยุทธการกระชับพื้นที่เพื่อตำแหน่ง ท็อปโฟว์ อีกครั้ง!!

     หลังเสียงนกหวีดผู้ตัดสินเป่าเริ่มเกมขึ้น เป็นทางเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล ที่บุกกดดันอย่างหนักเพื่อหวังเผด็จศึก "ไอ้ปืนใหญ่" ให้ได้โดยเร็ว หากใครได้ดูสดทางช่อง CTH คงจะทราบดีว่าเรามีโอกาสครองบอลถึง 80% หลังจากผ่านไปครึ่งชัวโมงแรก ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่ทาง "ไอ้ปืนโต" จะมีเปอร์เซนครอบครองบอลน้อยนิดถึงเพียงนี้ และประตูที่เราต้องการก็มาในเวลาที่เหมาะจากการกระชากดึงจังหวะของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก่อนจะตะบันดาวขวาเท้าถนัด Goal!! ลิเวอร์พูลขึ้นนำ แต่หลังจากวินาทีนั้นไม่กี่อึดใจเรากลับพลาดโดนตีเสมอจากการโหม่งทำประตูของ มาธิเยอ เดบูชี่ และเป็นอีกครั้งที่เราพลาดง่าย ๆ จากจังหวะลูกตั้งเตะ

 

     

     พอเข้าสู่เกมในครึ่งหลังมีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้การทดเวลาบาดเจ็บต้องยืดเยื้อไปอีก 9 นาที จากการเข้าประทะของ โอลิเวียร์ ชิรูด์ กับ มาร์ติน สเคอร์เทล และนอกจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางทัพ "หงส์แดง" ยังแสดงความหละหลวมในแนวรับอีกครั้งและเป็นทาง ชิรูด์ เจ้าเก่ายิงประตูให้ทีมจากลอนดอนขึ้นนำไปหน้าตาเฉยทั้ง ๆ ที่แทบไม่มีโอกาสยิงประตู และเราก็มาได้ฮีโร่อย่าง สเคอร์เทล วิ่งมาโหม่งในช่วงทดเจ็บตามตีเสมอได้สำเร็จ แถมยังเดินหน้าบุกต่อในเวลาที่เหลือแม้ทีมเราจะมีผู้เล่นเพียง 10 คนก็ตามในสนาม

     แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในเกมนี้ก็คือ เราเริ่มมองเห็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้นในการเข้าทำ การวิ่งและการขึ้นเกมด้วยบรรดาผู้เล่นที่คล่องตัวนั้นคือสิ่งที่เราทำมาตลอดในฤดูกาลที่แล้ว บางทีเราอาจไปมัวเสียเวลากับผู้เล่นที่ไม่เอื้อกับระบบและดันไปบ้าจี้เปลี่ยนทีมเพื่อนักเตะไม่กี่คน แต่เกมนี้เหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรากำลังจะกลับมา

 

 


     สถานการณ์ในปัจจุบันเรากำลังตามหลัง เชลซี ทีมจ่าฝูงอยู่ 20 คะแนน และดูจะเป็นอะไรที่ห่างไกลสำหรับ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเราก็คือพื้นที่ "ท็อป 4" และมั่นสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องไปอยู่ในจุดนั้นอีกครั้ง เพื่อการันตีว่าสิ่งที่เราทุ่มเทในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาจะไม่สูญเปล่าและไม่กลับไปนับหนึ่งใหม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

     ผมได้มีโอกาสอ่านบทสัมภาษณ์หลังเกมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และดูเหมือนว่าเขาจะมั่นใจไม่น้ิอยว่าทีมจะกลับมาเพื่อยึดตำแหน่ง 4 อันดับแรกในฤดูกาลนี้ได้

 

 

     (บทสัมภาษณ์ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ) " มันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าเราจะดีกว่านี้ในนัดถัด ๆ ไปในนัดที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ เกมนี้เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเราสามารถทำงานของเราเพื่อเอาชนะในเกมได้ "

     " ในช่วงครึ่งซีซั่นก่อน เราสามารถชนะติดต่อกันถึง 11 เกม และถ้าเราสามารถทำงานหนักเพื่อทีม เราจะกลับไปจุดที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็วถ้าสามารถทำได้ "

     " สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเชื่อมั่นและความสามารถของเรา เมื่อ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาในเดือนมกราคม เราจะกลับไปเป็นทีมเดิมอีกครั้ง "

     นอกจากความเชื่อมั่นที่ทาง "บีร็อด" มีต่อทีมแล้วเขาก็ยังไม่พลาดที่จะออกมาชื่นชม มาร์ติน สเคอร์เทล ที่เป็นดังฮีโร่ของทีมในเกมนี้ แถมยังยกให้เขาเป็นยอดนักรบหัวใจเหล็กอย่างแท้จริง เกมนี้ต้องยอมรับหัวใจอันห้าวหาญของเขาจริง ๆ ครับ

 


     เรากลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า!! สิ่งที่เราจะเจอในเกมบ็อกซิ่งเดย์ในช่วงปลายปีถือเป็นไฟท์บังคับที่เราต้องเก็บ 3 แต้ม ให้ได้ 3 นัดรวด หากหวังจะขึ้นไปตำแหน่งหัวตาราง เกมแรกเราต้องออกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ ทีมจากโซนท้ายตาราง นัดถัดมาเราจะได้เปิดบ้านเจอ สวอนซี ซิตี้ และนัดสุดท้ายได้เล่นในบ้านอีกครั้งกับ เลสเตอร์ ถ้าหากเราเก็บได้ 9 แต้มเต็ม การเริ่มเล่นในครึ่งซีซั่นหลังน่าจะทำให้เราเห็นทิศทางที่จะไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ยิ่งได้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาอีก ผมเชื่อว่าเราจะไปได้ไกลกว่าตำแหน่งที่เรายืนอยู่เป็นแน่แท้

     แม้ผลงานในช่วงที่ผ่านมามักจะทำให้พวกเราผิดหวัง แถมยังตกรอบ แชมป์เปี้ยน ลีก ตั้งแต่ไก่โห่ แต่อย่างน้อย ๆ เส้นทางไปสู่ฝันของเราก็มีอยู่โดยเฉพาะฟุตบอลถ้วยที่เรายังมีลุ้นอยู่ หากเราสามารถผลิกชะตาและกลับสู่เส้นทางได้อีกครั้งอนาคตที่สดใสของสโมสรจะไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน ตราบใดที่เรายังเชื่อมั่นและศรัทธาสโมสรอยู่!!

 

ADS